[Fic] Wintry Heart : Chapter 10 [END]
posted on 23 Feb 2009 19:19 by pphelpz in FictionTitle: Wintry Heart
Chapter : 10
Fandom: Bigbang [T.O.P x G-Dragon]
Author: P.helpz
Rating: PG-13
Author's Note:
จบแระจ้ะ ไม่ต้องเตรียมผ้าเช็ดหน้าๆๆ
Previous Chapter :
[Fic] Wintry Heart : Chapter 1
[Fic] Wintry Heart : Chapter 2
[Fic] Wintry Heart : Chapter 3
[Fic] Wintry Heart : Chapter 4
[Fic] Wintry Heart : Chapter 5
[Fic] Wintry Heart : Chapter 6
[Fic] Wintry Heart : Chapter 7
[Fic] Wintry Heart : Chapter 8
[Fic] Wintry Heart : Chapter 9
เพลงนี้ชอบมาก ฟังแล้วเศร้าซึ้งจะร้องไห้ อินมาก เสียงเทมป์แบบ แอร๊~
เมโลดี้เพราะมาก เข้ากับเรื่องนี้โคตรๆๆๆ(คิดเอง)
แล้วเทมป์ร้องตอนเป็น Tempo พอดี เหมาะโค่ดๆๆๆๆ
โอ้ย เอามาทำเป็นออฟฟิชเชียลได้มะวายจี =____=
แนะนำให้รอโหลดจนจบเพลงแล้วฟังทีเดียว ได้ฟิลมาก ฮ่าฮ่าฮ่า
-
+
+
14 Feb 09
"ซึงฮยอน"
เจ้าของชื่อทั้งสองคนหันไปตามเสียงเรียกใส พร้อมกับฮเยยุนที่กำลังเดินเข้ามานั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วย เป็นเช้าวันแรกในรอบหลายปีที่พวกเขาได้กินข้าวเช้าพร้อมกัน
"ฉันหมายถึงเชวซึงฮยอน ไม่ใช่แก ซึงริ"
"โอเคฮะ" น้องเล็กยิ้มบางขำๆ แล้วก้มลงจัดการข้าวต้มตรงหน้าต่อ
"แกเคลียร์กับจียงได้แล้วรึไง"
กึก...มือใหญ่ชะงักงัน ซึงริเองก็นิ่งไป เขาไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ฮเยยุนต้องถาม...เรื่องแบบนี้ เขารู้ดีเรื่องที่จียงเป็นยังไงเมื่อวาน ถ้าถามว่าหัวใจของซึงริเจ็บไปด้วยมั้ย มันเจ็บ...เจ็บเหมือนกัน แต่คงสู้ไม่ได้กับของพี่ซึงฮยอนหรอก การทำให้คนที่ตัวเองรักที่สุดต้องร้องไห้เสียใจแทบเป็นแทบตายขนาดนั้น มันเลวร้ายขนาดไหน ใครจะรู้บ้าง
เหตุผลที่พี่ซึงฮยอนทำแบบนั้นน่ะ เขาไม่รู้หรอก รู้แค่ว่ามันต้องเป็นเหตุผลที่พี่ชายคิดว่าดีที่สุด
"ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของพวกฉันเถอะ"
"......" ซึงริไม่กล้าออกความเห็นท่ามกลางความเงียบของบทสนทนานี้
"เครื่องออกสิบโมง เราต้องออกจากบ้านตอนนี้"
ฮเยยุนตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง ที่เธอถามไป แค่อยากถามให้แน่ใจ ว่าน้องชายเธอพร้อมที่จะไปรึเปล่า ถ้ามันยังมีแรงพูดหยิ่งยโสโอหังแบบนั้นก็หมายถึงโอเค
ซึงฮยอนวางช้อนลง ไม่แสดงสีหน้าอะไรมากเกินไปกว่าเดิม หญิงสาวหน้าหมองลงที่เห็นแบบนั้น น้องชายเธอกำลังเศร้า...ฮเยยุนรู้ดี ซึงฮยอนเป็นคนชอบทะเลาะวิวาทก็จริง แต่ก็ไม่ใช่พวกขาดสติแล้วทำลายข้าวของถ้ามันไม่ถึงที่สุด เสียงวัตถุหนักที่กระทบกับประตูห้องนอนซึงฮยอนเมื่อคืนทำให้เธอตกใจ พอมาเปิดดูตอนเช้าถึงได้เห็นว่าโทรศัพท์ของน้องชายเธอหมดอายุไขซะแล้ว น้องเธอปามันทิ้ง รวมถึงโทรศัพท์บ้านก็ด้วย
แต่ดีแค่ไหนที่น้องเธอไม่เสียน้ำตา เอาน่า...ฮเยยุน น้องชายเธอโตขนาดนี้แล้วจะมาร้องไห้เป็นเด็กๆได้ยังไงกันเล่า
.
.
.
จียงตื่นเช้ามาในวันที่ปกติ...อา ใช่ มันยังเป็นปกติ ตาบวมๆนิดหน่อยแต่ก็ยังเป็นปกติ ไม่รู้เสียน้ำตาไปมากแค่ไหนเมื่อวานแต่วันนี้ก็ยังเป็นปกติ วันนี้ยองเบบอกว่าจะพาเขาไปหาพ่อกับแม่ เพื่อสงบจิตสงบใจตัวเอง แหม.. ยองเบนี่ก็นะ เขาไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย เขาน่ะ ยังเป็นปกติ
ร่างเพรียวในแจ๊กเกตราคาแพงกับกางเกงยีนส์ซีดเปิดประตูห้องออกหมายจะไปตามที่นัดไว้ แต่สิ่งที่วางขวางทางเดินของเขาอยู่ตอนนี้ทำให้จียงเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อย ดอกกุหลาบสามช่อ สามสี ...ชมพู ขาว แล้วก็แดง
จียงย่อตัวลงไปดูชื่อคนส่งทีละช่ออย่างช้าๆ แย่ชะมัด จียงน่ะเป็นผู้ชายนะ และจะดีใจถ้ามีช็อคโกแลตมาให้มากกว่า แต่ก็ช่างเถอะ อะไรมันก็ดีทั้งนั้นแหละ
เจ้าของดอกไม้สีชมพูอ่อน...อก แทคยอน
'รอเสียบแทนที่ไอ้โฉดเสมอนะคร๊าบบบบ' อา...ไอ้บ้านี่มันไม่เลิกตื๊อเขาสักที ปีที่แล้วก็ส่งมาเหมือนกัน แต่โอเคๆ จียงไม่ทำร้ายจิตใจหมอนั่นโดยการหยิบไปใส่ถังขยะหรอก
ช่อที่สอง ดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ช่อใหญ่
'ยิ้มให้ได้ในวันวาเลนไทน์นะฮะ จียงยิ้มน่ารักสุดแล้ว' จียงฉีกยิ้มกว้างที่เห็นชื่อน้องรัก...อี ซึงฮยอน
ช่อสุดท้ายเล็กที่สุด กุหลาบสีแดงสด
'love'
ลายมือตวัดคุ้นตาเพียงแค่สั้นๆ ร่างบางนิ่งงันไปเมื่อเห็นชื่อคนส่ง เขาจ้องมองมันอยู่เกือบสิบนาที เย็นวาบไปทั่วกาย ครั้งแรกเลยนะ...เทมป์ จียงไม่คิดว่าจะได้รับดอกกุหลาบจากผู้ชายคนนี้ ไม่เคยคิดเลย
ทั้งที่บอกกับตัวเองแล้วว่าจะไม่ร้อง ทั้งที่บอกว่าน้ำตามันหมดไปแล้ว ทั้งที่จะเข้มแข็งและมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้ เมื่อวาน เขาทิ้งความรู้สึกทุกอย่างไปแล้ว เขากำลังพยายามเริ่มจากศูนย์ กำลังพยายามหาทางออกเรื่องนี้ หาทางที่ทำให้ตัวเองมีความสุขมากที่สุด พยายามที่จะ...ยิ้ม
"....เทมปฺ์...... เทมป์!! เทมป์!!" ยกกุหลาบในมือขึ้นแนบอกที่กำลังสั่นไหวไปหมด ปากบางได้แต่ลั่นชื่อเจ้าของไปมาเบาๆ หากแต่กึกก้องในใจ เหมือนต้องการให้ทั้งเจ้าของชื่อและเจ้าของดอกกุหลาบมายืนข้างๆเหมือนเดิม มาทำหน้านิ่งแล้วบอกเขาว่าเลิกร้องไห้สักที มาผลักหัวเขาแล้วบอกว่าเกลียดน้ำตาของเขา อยากจะขอแค่นั้น
นิ้วเล็กกำแน่น แหวนเงินกลมเกลี้ยงยังคงอยู่ที่นิ้วนางข้างเดิม
เลิกกันประสาอะไรไม่เอาของคืนไป
น้ำตา
เมื่อไหร่มันจะหมด
.
.
.
.
.
Feb , 2011
New York
รองเท้าแบรนด์ดังกระทบกับพื้นแผ่นดินทุนนิยมอย่างอเมริกา เจ้าของร่างโปร่งแต้มยิ้มมุมปากพร้อมขยับแว่นอันใหญ่สีชา การแต่งตัวจัดจ้านในรูปแบบที่แตกต่างจากคนอเมริกาหรือจะเป็นรูปร่างที่เล็กบางเกินปกติของชนชาติผิวขาวทำให้เขาโดดเด่นไม่น้อย
ลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปที่โรงแรมชั่วคราวช้าๆ ก่อนจะเดินตัวปลิวออกมาท้าลมหนาวในเมืองใหญ่
สวมเสื้อแขนสั้นทั้งที่อากาศหนาวเย็น เผยให้เห็นรอยแทททูที่แขนทั้งสองข้าง
.
.
เดินไปพลาง คิดอะไรเรื่อยเปื่อยพลาง สองปี....สองปีที่หายไป ลำบากนัก กับการมาเรียนต่อที่อเมริกาแบบนี้ของควอนจียง ค่าใช้จ่ายหรือเงินทุนไม่ใช่ปัญหา แต่การที่จะมาอยู่ตัวคนเดียวโดยที่ไม่มีคนอย่างยองเบมาเป็นเพื่อนเป็นเรื่องที่แม่ไม่ยอม ไม่แม้แต่จะฟังคำขอร้องในตอนแรกด้วยซ้ำ
ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดได้ด้วยตัวเอง มันยาก
การพยายามจะทำอะไรโดยไร้กำลังใจที่ดีที่สุด มันยากนักนะ
เสียน้ำตาไปเท่าไหร่ หนังสือเรียนที่เปรอะเปื้อนน้ำใสจนเลือนลาง เสียงสะอึกสะอื้นตอนท่องคำศัพท์ ก็ยากนักที่จะกลั้นมันไว้
ท้อแท้ สิ้นหวัง ....คิดถึง
รวมกันเป็นสิ่งที่ทำให้จียงยังคงมีชีวิตอยู่ มีชีวิตเพื่อรับความรู้สึกเหล่านั้นต่อไป
"จียง....อย่าตามฉันไป"
ประโยคคำสั่งของใครบางคนยังคงลอยค้างเติ่งในสมองของจียงเป็นอย่างดี เขาเป็นเด็กดื้อพอที่จะขัดคำสั่ง หมอนั่นก็รู้นี่ นึกถึงวันที่บอกกับยองเบว่าจะไปเรียนต่ออเมริกาเลย ไอ้เพื่อนรักนั่นบ่นก่นด่าเป็นวรรคเป็นเวรว่าเขาเจ็บแล้วไม่เคยจำ แต่ใครจะสนล่ะ ตามหารักครั้งใหม่น่ะเข้าใจรึเปล่า... ระบายยิ้มไปทั่วหน้า ไม่เจ็บแล้วล่ะ หัวใจที่บอบช้ำกำลังหายดีเพราะเวลาที่ผ่านพ้นไปในแต่ละวัน แม้จะมีรอยแผลเป็นหรือสะเก็ดเล็กๆน้อยๆก็ตามที
จียงไม่ใช่คนที่เข้มแข็งหรือเด็ดเดี่ยวขนาดที่จะลืมเจ้าของคำพูดนั้นได้ทั้งที่แค่ห่างกันแบบนี้ ยังจำได้เสมอ ทุกวินาทีที่อยู่ด้วยกัน ยังจำวันสุดท้ายที่เห็นหน้ากันได้ดี รสจูบสุดท้าย ความเจ็บ...ในตอนนั้นยังตราตรึง ยังจดจำได้ในทุกๆอย่าง
ไม่เคยคิดที่จะทำใจลืมผู้ชายที่เป็นรักแรกอยู่แล้ว แม้จะไม่ได้ให้สัญญากันว่าจะรอกันและกัน แม้จะไม่ได้ห้ามให้คนใหม่เข้ามาในชีวิต แต่สำหรับจียง ไม่คิดที่จะรักใครมากไปกวานั้น ไม่คิดที่จะทำลายความรักทั้งหมดนั่นลงหรอกนะ สำหรับคนที่เชื่อในพระเจ้าอย่างเขาน่ะ...ความรักมีค่าเกินกว่าจะทำลาย และโชคชะตาก็ชอบใช้เวลาเป็นเครื่องทดสอบ
ส่วนอีกฝ่ายน่ะ ไม่แน่ใจหรอกว่ามีใหม่ไปรึยัง แต่ก็เชื่อว่าอีกคนก็ไม่ลืมเหมือนกัน
เขาน่ะ...มองโลกในแง่ดีใช่ม้า
เข้าใจอย่างดีในเหตุผลที่ว่าเลิกกันทำไมทั้งที่อยู่ไกลกันแค่นี้ โทรหากันก็ได้ เหมือนที่ซึงริทำ... จียงเข้าใจมันดีว่ามันทรมานแค่ไหนกับการที่แค่ได้ยินเสียงแต่ไม่ได้เห็นหน้า เข้าใจอย่างดีวันที่เสียงของคนๆ นั้นดังลอดเข้ามาในโทรศัพท์ของซึงริ แม้จะเป็นแค่เสี้ยววินาทีแต่มันก็ชัดเจน
คิดถึงมากมายไปหมด ร่างกายที่กำลังต้องการอ้อมกอดที่คุ้นเคยหนาวเย็นยะเยือก ทรมานแทบทนไม่ไหว ได้แต่ปิดโทรศัพท์แล้วปาทิ้งอย่างลืมตัว
เค้าบอกว่าความคิดถึงฆ่าคนได้ จียงว่ามันไม่จริง
เขายังมีชีวิตอยู่เลยเห็นไหม
จียงหยุดเดินอยู่ที่หน้าร้านขายลูกสุนัข หวังเพียงจะหาเพื่อนที่จะใช้ชีวิตด้วยกันในตอนนี้ แม่เป็นห่วงเขาเว่อร์ซะจนไม่ยอมซื้อคอนโดให้อยู่คนเดียว แต่ให้มาอยู่ที่บ้านเพื่อนของพ่อแทน เอาเถอะ ยังไงก็ได้ อนาคตน่ะ ไม่แคร์อีกต่อไปแล้ว ก็อยู่แผ่นดินเดียวกันแล้วนี่ เดี๋ยวก็เจอ ไอ้สิ่งที่จะชุบชีวิตหัวใจที่แข็งตายของเขา
กระจกสีชาดำหน้าร้านกำลังสะท้อนผู้ชายร่างเพรียวที่ดูเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน ใบหน้าสดใสและเติบโต คลี่ยิ้มสวยอีกรอบให้กับรอยสักที่แขนทั้งสองข้างของตัวเองที่เพิ่งสักมาเมื่อหลายเดือนก่อนด้วยความมั่นใจ ขยับผ้าพันคอสีเข้มแล้วก้าวเท้าเข้าร้านไป
Moderato รอยสักที่แขนด้านซ้าย มีไว้เพื่อขอบคุณหัวใจตัวเองที่ยังคงเต้นมาจนถึงตอนนี้ ไม่ว่าจะช้า จะเร็ว หรือจะแทบหยุดนิ่ง ได้แต่หวังว่าหัวใจจะยังคงเต้นต่อไปตามคำสั่งที่ว่าเขาต้องไม่ตาย
Vita dolce รอยสักที่แขนด้านขวา มีไว้เพื่อให้ตัวเองนึกถึงช่วงเวลาของชีวิตที่แสนหวานละมุนเมื่อหลายปีก่อน หวานพอที่จะยิ้มให้กับมัน และ... ต่อจากนี้ก็ด้วย
.
.
.
"ซึงฮยอน ถ้าแกไม่ไปมหาลัยอีก วันนี้ฉันฆ่าแกแน่!"
เสียงแจ๋นๆของพี่สาวตัวดียังคงดังลั่นเหมือนทุกๆวันที่ผ่านมา เชวซึงฮยอนขมวดคิ้วแล้วปรายตามองเหมือนจะบอกว่าถ้าพี่ไม่เลิกตะโกน ฉันก็จะฆ่าพี่เหมือนกันนี่แหละ
"ฉันเกลียดยัยผู้หญิงหัวทองที่ชอบมาวุ่นวายน่ารำคาญ"
"นั่นไม่ใช่เหตุผลที่แกจะโดดเรียนเลยนะ! และซึงริคงเรียนจบก่อนแก"
"ช่างเถอะน่า แม่ยังไม่ว่าฉันสักคำ"
ร่างสูงยกแม่ขึ้นมาอ้างก่อนจะเดินไปหอมแก้มแม่ที่นั่งอมยิ้มกับบททะเลาะกันของพี่สาวน้องชายเหมือนทุกๆวัน สองปีแล้วที่พวกเขามาใช้ชีวิตที่นี่ แม่ยังคงมีชีวิตอยู่กับเราจนถึงตอนนี้แม้จะเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆก็ตาม พ่อยังคงทำงานหนักเพื่อให้พวกเรามีชีวิตที่ดี นั่นคือเหตุผลที่ฮเยยุนอยากให้น้องทุกคนเรียนจบรวมถึงซึงฮยอน พ่อจะได้ไม่ต้องทำงานอีกยังไงล่ะ
"ซึงฮยอน สรุปวันนี้ไม่ไปมหาลัยใช่มั้ย" เสียงนิ่งทุ้มของพ่อเอ่ยถาม ซึงฮยอนคิ้วกระตุก พ่อเป็นคนเดียวที่เขาไม่ชอบต่อความด้วย พ่อน่ะดุ ทั้งสายตา คำพูด และท่าทาง เขากับพี่ฮเยยุนถอดพ่อมาทั้งดุ้นเชียวล่ะ
"ไม่มีเรียน"
"งั้นไป Bowling Green ให้พ่อหน่อย"
"ผม?" พ่อไม่ใช่คนที่ชอบใช้ลูกชายอย่างเขาเลยนะ
"รับลูกชายเพื่อนพ่อที่เคยเล่าให้ฟัง เขามาอเมริกาครั้งแรก"
ซึงฮยอนหน้าตาเหยเก
"ผมไม่ชอบทำเรื่องแบบนั้น ให้ซึงริไปเถอะฮะ"
"ซึงริมีเรียน!" ฮเยยุนสวนขึ้นกลางบทสนทนาแล้วซึงฮยอนก็ตะโกนกลับไปว่าเงียบไปเลย
"งั้นให้พี่ฮเยยุนไป"
"พี่มีนัดลูกค้าตอนบ่ายสอง!" ฮเยยุนยังมีความพยายามที่จะมีส่วนร่วมในบทสนทนาอีกรอบ
"แกนั่นแหละไป"
คำสั่งที่เด็ดขาดสมกับเป็นประธานบริษัทที่ดูแลอยู่นั่นแหละ....ซึงฮยอนถอนหายใจ ทำไมเขาต้องไปทำอะไรแบบนั้นด้วยล่ะ แค่รู้ว่าจะมีคนมาอยู่บ้านเดียวกันก็จะแย่แล้ว ซึงฮยอนขี้เกียจปรับตัว และเชื่อว่าหมอนั่นต้องไม่ชอบหน้าเขาแน่ หน้าตาหาเรื่องของเชวซึงฮยอนยังใช้การได้ดีเสมอ แม้ผมเขาจะยาวขึ้นจนเปลี่ยนลุคเป็นคุณชายซะขนาดนี้
"ตอนนี้?"
"บ่ายโมง...ก็ตอนนี้นั่นแหละ"
พี่สาวฮเยยุนหัวเราะคิกคัก จะมีใครกล้าสั่งไอ้น้องเถื่อนของเธอได้อีกนอกจากพ่อน่ะนะ มันเป็นอะไรที่สะใจจริงๆพับผ่าเถอะ... เอาน่ะ น้องชายเธอน่ารักขึ้นนะ พอได้อยู่กับพ่อกับแม่อาจจะทำให้หมอนั่นรู้สึกเหมือนเป็นเด็กกว่าที่เคยก็ได้ อย่างน้อยมันก็ไม่ไปตีกับใครบ่อยๆ เพราะไม่งั้นพ่อก็จะเอามันตายน่ะสิ~
ซึงฮยอนหยิบเสื้อโค๊ตสีน้ำตาลตัวโปรดมาใส่อย่างหมดสิ้นคำจะปฏิเสธ ก่อนจะเดินออกจากบ้านไป
เชวซึงฮยอน เป็นหนึ่งในคนที่เชื่อเรื่องโชคชะตา
.
.
.
.
ลมหนาวกระทบเข้าที่ใบหน้า ซึงฮยอนกำลังเดินเข้าสู่สวนโบว์ลิ่งกรีนอย่างช้าๆ หน้าหนาวอีกแล้ว เกลียด....หน้าหนาว ยิ่งเป็นเดือนกุมภาพันธ์ยิ่งเกลียดหนัก เขาอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ในเดือนนี้ เพราะไม่อยากคิดอะไรเลยเถิดถึงได้เสียบไอพอตฟังเพลงอยู่ตอนนี้
บางทีก็อยากด่าตัวเองว่าโง่นัก ที่ลืมถามพ่อว่าไอ้คนที่ต้องมารับน่ะชื่อว่าอะไร เขารีบงั้นเหรอ? ทำไมต้องรีบออกมาขนาดนั้นด้วยนะ ถอนหายใจหนัก พลันลมหนาวพัดมาอีกระลอก ฝุ่นคงจะถูกพัดเข้าตาใครหลายๆคน รวมทั้งเขาก็ด้วย ตาคมปิดแน่นพลางยกมือขึ้นป้อง
สายลม...มาพร้อมฝุ่นละอองและเสียงใสๆ
"เทมโป!!"
หันควับไปมองตามเสียงทันควันด้วยหัวใจที่เกือบหยุดเต้น
ลูกสุนัขชิสุขนยาวสีขาวกำลังวิ่งผ่านหน้าเขาไปต่อหน้าต่อตา ตามด้วยร่างเพรียวบางเหมือนผู้หญิงในเสื้อแขนสั้นที่วิ่งผ่านไปจับลูกหมาตัวนั้นเอาไว้ แว่นตาอันใหญ่ปิดใบหน้าเล็กนั้นไว้เกือบครึ่ง
หัวใจ....ซึงฮยอนเต้นแปลกๆ
เดี๋ยวช้าจนแทบหยุด แล้วก็มาเร็วรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นทันทีที่เห็นยิ้ม...ที่ดูคุ้นตา ร่างสูงหลับตาแน่นอีกรอบ บางทีฝุ่นเมื่อกี้อาจจะทำให้เขาตาฝาดไปนิดหน่อย เดือนนี้มันเดือนอาถรรพ์นักนี่.... แต่ครั้นลืมตาอีกที ร่างเล็กก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม หมาตัวเดิม และรอยยิ้มเดิม
....ยิ้มสวยนะ
.......
"ทำไมซนงี้ว้า~"
ทั้งโทนเสียงและภาษาเกาหลีที่ดังออกมาจากปากบางนั่นเริ่มทำให้ซึงฮยอนใจไม่ดี สับสนไปหมด ตื่นเต้น จากที่หนาวเพราะฤดูกาลเปลี่ยนเป็นร้อนไปทั้งกาย
ความรู้สึกเหมือนเคยเกิดขึ้นมาแล้ว
"เฮ้ นายน่ะ"
"หือ?"
"ไฟแช็ก ยืมหน่อย ของฉันหมด"
"ไฟแช็ก? อ๋อ ไอ้นี่น่ะเหรอ ได้สิ"
"เดี๋ยว นายชื่ออะไร"
"จียง...จียง"
"หืม?"
"ควอนจียง"
ร่างสูงสาวเท้าก้าวไปหาคนที่กำลังเล่นอยู่กับสุนัขชิสุช้าๆ ยิ่งใกล้ ยิ่ง....ชัดเจน
เขา...สั่งไว้ว่าห้ามตามมาไม่ใช่เหรอ
"เทมโป! นายชื่อเทมโป! ห้ามซนนะ ฉันคือพ่อนาย ชื่อควอนจียง จำไว้ให้ดีไอ้เด็กดื้อ ฉันเป็นมังกร โหดกว่านายอยู่แล้ว!" ร่างเล็กที่ยังนั่งหันข้างให้เขายกสุนัขตัวเล็กในมือขึ้นสูงแล้วเขย่ามันเบาๆ ยิ้มกว้างนั่นน่ะ เขาเห็นแค่ข้างๆเอง
.....กอด
อยากกอด
"......"
หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออกหาผู้เป็นพ่ออย่างเงียบเชียบ ยังไม่หวังที่จะให้คนตรงหน้าที่อยู่ห่างไปสามสี่เมตรรู้สึกตัว
"ลูกเพื่อนพ่อชื่ออะไรฮะ..." สายตายังคงจับจ้องไปที่เจ้าของรอยยิ้มกว้าง มอง....การกระทำที่คุ้นตา คุ้นหัวใจ มองทั้งที่รู้แล้วว่าใช่ แค่อยากให้แน่ใจ
"อ่อ...ควอนจียง"
"......."
"ซึงฮยอน เป็นอะไรรึเปล่าน่ะ?"
"ดูเหมือนผมจะเจอคนที่พ่อนัดไว้แล้วล่ะ"
เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าเสื้อโค๊ต มองร่างบางที่ยังดูไม่รู้สึกตัวว่ามีคนจ้องอยู่นานแล้ว จะทำโทษยังไงดี เด็กดื้อๆ ที่มันขัดคำสั่งเขาน่ะ กอดเลยมั้ย จูบเลยมั้ย กลางสวนสาธารณะแบบนี้เนี่ยนะ มันจะเวิร์คมั้ยเนี่ย แล้วทำไมคนอย่างเชวซึงฮยอนถึงต้องมานั่งคิดอะไรแบบนี้ด้วยวะ เขาเคยสุขุมกว่านี้นี่
แต่ตอนนี้รู้สึกแต่ว่าใจเต้นแรงไปหมด
เอาเถอะ จะอะไรก็ช่างมันเถอะ ตัดสินใจโพล่งคำพูดแรกออกไป
"ถ้านายชื่อควอนจียงที่กำลังรอพบเพื่อนของพ่อช่วยหันมาทางนี้ด้วย"
เสียงของซึงฮยอนไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย เขาเองก็ยังรู้สึก ไอ้เสียงที่จียงชอบบอกว่ามันล่อตีนล่อเท้าคนน่ะ ท่าทีชัดเจนในตอนหันขวับมามองเขานั้น ทำให้เขาอยากรู้ว่าหัวใจของหมอนั่นมันเต้นดังพอๆกับเขามั้ย น้ำเน่าไปหน่อย แต่หัวใจเขาเต้นแรงจริงๆนั่นแหละ
ซึงฮยอนมองไม่เห็นแววตาที่ตื่นตกใจของจียงภายใต้แว่นสีชานั้น เห็นเพียงแต่ปากเล็กที่สั่นระริกพึมพำชื่อเขา เพราะแบบนั้นถึงได้เดินเข้าไปใกล้กว่านี้ด้วยท่าทีปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ทั้งที่ร้อนรนเต็มทน
อยากจับ อยากสัมผัส อยากจูบ ให้รู้ว่าคนข้างหน้าเป็นของจริง
".....เทมป์? เทมป์เหรอ?" รู้สึกเหมือนแรงโน้มถ่วงโลกทะเลาะกับความต้องการของตัวเอง มือเล็กอยากยกขึ้นรูปใบหน้าคมแทบเป็นแทบตาย หากแต่ทำไม่ได้ บังคับอะไรไม่ได้
บังคับหัวใจที่พองโตนี้ให้เต้นเบาลงหน่อยยังทำไม่ได้เลย
นิ้วเรียวยาวถือสาดึงแว่นตาแสนเกะกะนั่นออก ดวงตาหวาน...ยังคงคุ้นเคย ดีใจที่มันไม่บวมช้ำ ดีใจที่มันยังสดใส
"ก็เออสิ"
แบบนี้มันกวนประสาทกันนี่
"ทำไมเป็นนาย?"
"แล้วทำไมเป็นนาย?"
พวกเขาเชื่อเรื่องฟ้าลิขิตนะ
"....ฉันมาตามหาคน"
"แล้วเขาชื่ออะไรล่ะ"
"เทมโป"
....เห็นว่าน่ารักหรอกนะ ไม่ทำโทษแล้วก็ได้
"แล้วนายชื่ออะไรอะ"
"ควอนจียง"
"งั้นสวัสดี ฉันชื่อเชวซึงฮยอน"
"........."
"ว่าแต่นายมีไฟแช็กให้ฉันยืมมั้ย?"
....จียง...หัวใจนายยังหนาวอยู่รึเปล่าน่ะ?
"บนคอนายก็มี....ไอ้บ้า"
....อ๋อ....ไม่แล้วล่ะ มันอุ่นกำลังดีและกำลังเต้นต่อไป
End
Special Shot
"ใครสั่งให้สัก?"
"สักเอง"
"สักทำไม มันติดตัวไปตลอดชีวิตเลยนะ"
"ก็เออสิ"
คนตัวเล็กยิ้มเผล่เอาผ้าพันคอผืนใหญ่ออก ดึงคอเสื้อยืดด้านหลังให้ร่นลงไป ตัวอักษรลักษณ์เดียวกับแขนทั้งสองข้างห้าตัวสูงประมาณหนึ่งนิ้วเรียงต่อกันเป็นคำว่า TEMPO อยู่ที่หลังขาว
"ทำอะไรน่ะ..." ซึงฮยอนใช้นิ้วลูบคำนั้นแผ่วเบา
"ก็ตลอดชีวิตไง"
Author's Note: ยาวยาวยาวยาวยาว
หม้อเม้อ กระทงกระทะ ปาได้ตามอัธยาศัยจ้า *อ้าแขน*
กดดันไม่ไหวเคลียร์ =_________=;;; เข้าใจแล้วว่าการแต่งฟิคยาวๆนี่ตอนจบมันยากสุดเลยว่ะ ฮืออออ ทั้งที่แต่งต่อจากตอนที่แล้วเลยนะ แต่ก็กลัวอารมณ์ไม่ต่อเนื่อง(เพราะกรุพลาดไปดูClose Noteเข้า จียงคะ กูจะเศร้ากับมึงดีมั้ยเนี่ย.....) กลัวทุกคนผิดหวังน่ะ เอาเป็นว่าจะไม่พูดถึงตอนจบแล้วกันนะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า *เหงื่อตก*
ตอนที่แล้วคอมเม้นสะใจมากเลยอะ (หือ....) อารมณ์ของคนแต่งฟิคมันก็งี้แหละ ดีใจที่มีคนร้องไห้ วู้วๆๆๆๆๆ XD ฮ่าฮ่า สารภาพเลยว่าไม่เคยแต่งเศร้าขนาดนั้นจริงๆ และหลังจากนี้ก็ลาก่อนเถอะฟิคทั้งหลาย ไอ้ฟิคเศร้านี่แหละกรุจะไม่ไปก้าวก่ายก๊ะมึงอีกต่อไป Y__Y ทรมานอะ ยิ่งแต่งยิ่งเครียด ยิ่งกดดัน ยิ่งอะไรก็ไม่รู้ เรามาผิดทางแล้วแหละ OTL...
พอแต่งเรื่องนี้แล้วทำให้เราไม่สามารถอ่านฟิคเอ็นซีได้อีกต่อไป กูหวงจียงอะ ใครจะทำไม T.,T ไม่ยอมให้ใครมาปู้ย้ำจียงของซิ้มหรอกนะ!! ควอนจียง ไอ้ขี้แง!! ไอ้ขี้แง!!!!!!!! *ปามีดใส่*
สุดท้ายนี้ ทอล์คยาวมาก ขอบคุณ คนอ่านทุกคน คอมเม้นท์ทุกคอมเม้นน้า T,,T เพราะว่าไม่เล่นบอร์ดไง มันเป็นโรคอะไรไม่รู้ (รู้แต่ว่าขี้เกียจโว้ย 5555555) เพราะงั้นเวลาเอาลงบลอคน่ะ ปกติคนอ่านมันไม่เยอะร็อก ดีใจนะที่อ่านแล้วเม้นกัน ใครที่ยังไม่เคยเม้นก็เผยตัวเอามาซะดีๆ - -+ เรานับนะว่ามีทั้งหมดกี่คนอะ (?????) จำเมมได้ด้วย ฮ่าฮ่า ใครใจดีก็เม้นยาวๆให้อีกสักตอนก็เป็นเกียรติจ้า บอกได้นะว่าชอบตอนไหนเป็นพิเศษ ชอบอ่าน ฮ่าฮ่าฮา
ปอลอ. อย่าถามเรื่องรวมเล่ม ฝันไปก่อน แต่ใจจริงอยากปริ๊นท์ออกมารวมเล่มเก็บไว้เองนะ 55555+
ปอลออ.ขอบคุณน้า!! จุ้บ จุ้บ




ไม่ผิดหวังเลยอะ
ชอบม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (ไก้ยาวเฟื้อย)
เป็นตอนจบที่อ่านแล้วมีความสุขอะ
ถึงมันจะเรียบๆ อะไรก็ช่าง แต่ว่าชอบมากกกกกก
ตั้งแต่อ่านฟิคนี้มาเราก็ชอบทุกตอนแหละ
อ่านแล้วมันมีความสุข ยกเว้นตอน 9 ไว้อันนึง
อันนั้นก็เศร้าปวดตับ ว่ากันไป
เป็นซีนอารมณ์ที่มัน ฮื้อออออ หมวยน่าสงสารจริงๆ นะ
แต่ว่าตอนจบเนี่ย ชอบๆๆๆๆๆ ชอบบบบบบ
เหมือนว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ ที่มันดุน่ารักดีอะ
บทสนทนาไม่มีไรหวือหวานะ แต่ว่ามันเป็นการพูดที่ให้คนอ่านคิดตาม
ว่ามันพูดอย่างงี้ มันรู้สึกอย่างงี้
รอยสัก...... โอ้ยยยย ชอบบบบ
คิดด้ายยยยยยยยยยยยยยย
ไม่มีอะไรจะติติงตั้งแต่อ่านฟิคโต๋มา
เพราะติชมติติงไรไม่ค่อยเป็น
แต่ว่าอย่างที่บอกอ่านฟิคโต๋แล้วมีความสุข
ยิ้มมั่ง หัวเราะมั่ง เศร้ามั่ง ฮามั่ง ปวดตับมั่ง
รักเบ้ รักน้องมั่ง อะไรมั่งก็ว่ากันไป (ไม่เก่วววว)
สุดท้ายนี้ รักนะ จุ๊บจุ๊บ (??????????)
๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕
ไฟท์ติ้ง!!
ปอลอ "เทมโป! นายชื่อเทมโป! ห้ามซนนะ ฉันคือพ่อนาย ชื่อควอนจียง จำไว้ให้ดีไอ้เด็กดื้อ ฉันเป็นมังกร โหดกว่านายอยู่แล้ว!" อ่านแล้วก็ยิ้มอะ หมวยมันน่ารักว้อยยยยยยย
#1 By ZeeTrue on 2009-02-23 21:01