[Fic] Wintry Heart : Chapter 8
posted on 17 Feb 2009 19:02 by pphelpz in Fiction
Title: Wintry Heart
Chapter : 8
Fandom: Bigbang [T.O.P x G-Dragon]
Author: P.helpz
Rating: PG-13
Author's Note:
ฮึ้ย ตอนแรกที่บอกว่าไม่มีฟิควาเลนไทน์
เหมาว่าตอนนี้คือฟิควาเลนไทน์ละกันนะ XD
Previous Chapter :
[Fic] Wintry Heart : Chapter 1
[Fic] Wintry Heart : Chapter 2
[Fic] Wintry Heart : Chapter 3
[Fic] Wintry Heart : Chapter 4
[Fic] Wintry Heart : Chapter 5
[Fic] Wintry Heart : Chapter 6
[Fic] Wintry Heart : Chapter 7
+
+
10 Feb 09
ทุกอย่างกำลังกลับเข้าสู่โหมดปกติธรรมด๊าธรรมดาอย่างทุกวันที่ผ่านมา
จียงยังคงเป็นคนที่พูดมากและพูดไม่หยุดตั้งแต่กลับมาเรียนหลังจากหยุดไป 3 วัน รอยแผลถลอกและพลาาสเตอร์ที่เต็มหน้านั่นไม่ได้ทำให้หมอนั่นอยู่นิ่งๆได้เลย ส่วนซึงฮยอนก็ยังคงเป็นที่นอนหลับพักผ่อนได้ตลอดและโดดเรียนได้ทุกวัน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปนิดหน่อยคือซึงฮยอนเข้าห้องพักอาจารย์บ่อยมากขึ้น เขาหมายความว่าปกติหมอนี่ก็มักจะโดนเรียกไปเตือนความประพฤติไม่ก็ทวงการบ้านเป็นประจำอยู่แล้ว
คาบสังคมกลับมาอีกแล้ว.... น่าเบื่อ! แล้วก็ว่างมากด้วย กระดาษหน้ากลางของสมุดอันบางเฉียบหลุดออกมาตามแรงดึง จียงมองไปหน้าห้อง อาจารย์หัวฟูๆยังคงพูดเกี่ยวการเมืองต่อไป บางทีวาเลนไทน์นี้ภรรยาอาจารย์น่าจะซื้อหวีมาเป็นของขวัญให้ท่านนะ ร่างเล็กคิดอยู่ในใจ แล้วก็ลงมือเขียนอะไรยุกยิกๆในกระดาษ ยองเบพยายามยื่นหน้าเข้ามามองแต่คนตัวเล็กก็เบี่ยงตัวหลบทำเป็นมีลับลมคมในจนน่าหมั่นไส้
"คิดจะมีความลับกะกูรึไง"
"เปล่า...ไม่ได้เป็นความลับซะหน่อย โธ่! มึงห้ามยุ่งดิ"
'GD : สวัสดี ฉันว่าง เรามา Chat กันมั้ยล่ะ ว่าไง ที โอ พี'
นั่นคือข้อความบนกระดาษที่ยองเบแอบเห็น จียง หมอนี่แม่งชอบทำอะไรเหมือนเด็กไม่รู้จักโต ชอบทำอะไรไร้สาระแต่ก็ดุมันไม่ลงหรอก... มือเรียวเล็กขยำกระดาษเป็นก้อน แล้วปาไปที่ที่นั่งของซึงฮยอน ก้อนกระดาษกระทบเข้าที่หัวหมอนั่นจนเขาเงยหน้าขึ้นมามองอย่างหงุดหงิด คนก่อกวนห่อไหล่หันหน้าไปที่ชั้นเรียนแต่ก็ยังแอบเหลือบตามามองปฏิกิริยาของอีกฝ่าย
ไม่นานนักก้อนกระดาษก้อนเดิมก็ถูกปามาที่ข้างๆเก้าอี้ของจียง
'T.O.P : นายประสาทหรือไงน่ะ'
แต่นายก็เล่นกลับมาเหมือนกันนี่หว่า.... ร่างโปร่งหัวเราะอึกๆในคอแล้วก็ลงมือเขียนกลับไปอีกรอบ แน่นอนว่ายองเบยังคงอยากที่จะมีส่วนร่วมด้วย จียงพยายามหลบแล้วพูดว่าอย่ามายุ่ง แต่ก็ยังไม่ได้ผล
'GD : เสาร์นี้จะไปไหน'
จียงหมายถึงวันวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้....
'T.O.P : ตามใจ'
'GD : ฉันอยากกินเค้กช็อกโกบราวนี่ที่ร้านดังแห่งโซล'
'T.O.P : งั้นไปคนเดียวเหอะ'
'GD : ที่หน้าโรงเรียนก็ได้'
'T.O.P : ค่อยว่ากัน'
'GD : นายต้องกินด้วยนะ เค้ก 2 ปอนด์ที่ฉันเล็งไว้ ฉันกินไม่หมดร็อก~'
'T.O.P : เลิกเล่นเถอะ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองทำอะไรไร้สมอง'
แต่ก็เขียนตอบกลับมาตั้งหลายทีนี่ ไอ้บ้านี่.....
.
.
"จะวาเลนไทน์แล้ว ทำอะไรให้เทมป์ดี"
"อยู่เฉยๆให้มันปล้ำมันก็พอใจละ"
"ฮึ้ยย เงียบไปเลยปะ ไม่ได้ทำให้ชีวิตกูดีขึ้นเล้ยยยย"
ยองเบยักไหล่แล้วเดินเอาจานข้าวไปเก็บ จียงซบหน้าลงกับโต๊ะกินข้าวเหมือนที่ชอบทำพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย คือเข้าใจมั้ยว่าวาเลนไทน์ของเขากับเทมป์มันไม่ธรรมดาเลยนะเฟ้ย มันไม่ใช่วันแห่งความรักอย่างเดียว มันเป็นวันที่เราเจอกันด้วยนะ! มันยิ่งใหญ่ใช่ม้า.... เพราะงั้นก็เลยต้องทำอะไรให้ยิ่งใหญ่ๆซี่ แต่ถ้าหมอนั่นรู้ก็คงจะด่าเขาว่าจะทำไปทำไมไร้สาระแหง
แต่สำหรับเขามันก็ไม่เห็นไร้สาระสักหน่อยนี่หน่า
.
.
.
14 Feb 07
เป็นวาเลนไทน์แรกที่จียงมีใครบางคนอยู่ข้างๆแล้วก็คอยลุ้นว่าเขาจะทำอะไรให้เรา
เชวซึงฮยอน...ปีนี้ได้อยู่ห้องเดียวกัน ไม่รู้เพราะบังเอิญหรือจงใจที่ซึงฮยอนเลือกสายภาษาเหมือนเขา เอ่อ....แล้วถ้าถามว่าคบกันยังไงมันน่าอายที่จะพูดอะ เอาเป็นว่ายอมรับก็ได้ว่าเขาเป็นฝ่ายบอกรักก่อนน่ะ...ฮึ้ย~! แล้วมันใช่เรื่องที่ควรเอามาเปิดเผยรึไงกันเล่า! เดี๋ยวข่วนหน้าเลยนี่!! คิดแล้วมันก็....อาย
แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นปีที่เสียเวลาลุ้นจริงๆ เชวซึงฮยอนถูกกักอยู่โรงเรียนเพื่อทำรายงานให้เสร็จก่อนหกโมงเย็น เพราะหมอนั่นมันขี้เกียจยังไงล่ะ ไม่เห็นต้องสงสัยเลย! ชึ้ย! จียงหงุดหงิดมากที่ซึงฮยอนไม่ยอมรับผิดชอบการบ้านแล้วมาปั่นเอาตอนเหยียบเส้นแบบนี้ แต่ก็ยอมอยู่ช่วยทำอยู่ดีแหละ
"นายกำลังให้ฉันมาช่วย หรือกำลังให้ฉันทำคนเดียวกันแน่"
"อย่างหลังนั่นแหละ ทำไปเถอะน่า นายบ่นไปก็ไม่ได้หรอก"
แน่ะ มีการทำคิ้วขมวดอย่างรำคาญอีก เห็นแบบนั้นเลยคว้ารูปเล่มรายงานของตัวเองที่กะรอส่งพร้อมกันขึ้นฟาดหลังไอ้คนที่กำลังแก้วยกกาแฟเย็นขึ้นกินอย่างไม่ทุกข์ร้อนซะเต็มแรง
"มันเยอะมาก ฉันทำสองวันเชียวนะ!"
"แต่ของฉันสองชั่วโมงก็พอ อะ... นี่เราจะเสียเวลาไปเพราะมานั่งฟังนายบ่นนี่แหละ"
ห้องคอมไม่เหลือใครสักคนแล้วนอกจากจียงและซึงฮยอน จริงๆคือเราแอบเข้ามาใช้น่ะ... อาคารมันจะถูกปิดการใช้เมื่อเวลาห้าโมงครึ่ง นั่นหมายความว่าเหลือเวลาอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง จียงเร่งสปีดการพิมพ์จนมันดังแกร๊กๆไปทั่วห้อง มันเหลืออีกไม่เยอะนักหรอก (นี่คือการให้กำลังใจตัวเองอย่างนึง)
"โอ๊ยยย ฉันเมื่อย!!"
เสียงโอดครวญดังขึ้นพร้อมแก้วกาแฟที่ถูกยื่นให้ตรงหน้าด้วยฝีมือของเจ้าของการบ้านอันบานเบอะ จียงยิ้มกว้างแล้วรับมา ก่อนที่จะยั้งมือไม่ให้เอาแก้วเขวี้ยงใส่หัวไอ้เจ้าของ แม่ง เหลือแต่น้ำแข็ง ยังจะอุตส่าห์เอามาให้เขาได้อีกนะ T__T หมอนี่มันกวนประสาท
"ทำเสร็จแล้วฉันจะไปส่งบ้าน"
"นั่นคือสิ่งตอบแทนรึไง นายต้องทำแบบนั้นอยู่แล้ว มันน่าซาบซึ้งตรงไหนเนี่ย..."
บ่นงึมงำๆไปตามภาษา ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง สวิตช์จอคอมถูกดปิดอย่างรวดเร็วด้วยฝีมือของอีกคน แรงกระชากที่ข้อมือทำให้จียงเสียหลักลงไปนอนทับ... เอ่อ ซึงฮยอน ม...หมอนั่นดึงตัวเขาลงมาเองนะ! เขายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะเว้ย!!!
"นายนี่มัน..!"
หวังจะด่าไอ้คนที่ทำให้อยู่ในท่าหวาดเสียวแบบนี้สักคำ ซึงฮยอนคลายสัมผัสจากข้อมือขึ้นมาปิดปากจียงเอาไว้ พร้อมกับไฟห้องที่ดับมืดลง อาจารย์เวรต้องมาปิดไฟแล้วแน่ๆเลย บ้าเอ๊ย... แล้วถ้ามันล็อคอะ...ฮือออ
เสียงปิดประตูปิดลงอีกครั้งซึงฮยอนถึงยอมปล่อยมือจากปากบาง
"ตอนนี้เราอยู่ในท่าที่ส่อมากๆเลยนะ"
เสียงทุ้มใหญ่ดังขึ้นภายในความมืดอันเงียบสงัดในห้องเรียนคอมพิวเตอร์ชั้นสามห้องที่สอง...
"นั่นดิ ฉันกำลังทับตัวนายเต็มๆ สมมติว่านายท้องก็ไม่ต้องแปลกใจนะ พ่อของลูกนายอยู่นี่แหละ"
"ปัญญาอ่อนน่า"
"ถ้านายปล่อยมือจากเอวของฉันตอนนี้ฉันก็จะลุกไปทำงานให้นายต่อ"
"ไว้ก่อนเหอะ รีบไปก็เท่านั้น"
"ซึงฮยอน" กดเสียงลงดุแม้รู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่คิดแม้แต่จะกลัวหรอก
"อยู่ท่านี้อีกแป๊บดิ ฉัน....อยาก....."
"........."
"........."
"คิดอะไรทุเรศๆปะเนี่ย! งั้นปล่อยเลยนะ!"
"บ้ารึไง.... แค่อยากอยู่ใกล้ๆ นี่นายคิดไปไหนแล้วเนี่ย"
แขนที่ใช้ยันตัวเองไม่ให้เสียหลักนอนทับลงไปมากกว่านี้เริ่มจะหมดแรงซะดื้อๆ รู้สึกร้อนๆยังไงไม่รู้แฮะ... อาจจะเพราะแอร์ถูกปิดลงก็ได้ ว่าแต่ทำไมความร้อนถึงมารวมอยู่ที่หน้าจุดเดียวเล่า...
"ฉันพูดอ้อมค้อมไม่เป็นหรอกนะ บอกว่าอยากอยู่ใกล้ก็คืออยากอยู่ใกล้"
"รู้แล้วน่า..."
ก้มหน้างุดๆลงที่แถวๆบ่าของคนที่นอนทับอยู่ หลังจากถูกมือใหญ่กดหัวให้แนบชิดกัน ร้อน...ร้อนเพราะอะไรก็ไม่รู้ ร้อนทั้งตัว เหมือนเหงื่อกำลังออกมากมาย และก็รู้สึกร้อนที่ใบหน้ามากเลยด้วย
"ฉันไม่เคยใส่ใจกับวันวาเลนไทน์ แต่นายคงจะหวังอะไรจากฉันอยู่"
"ฉันเปล่า!"
"คนโกหกมักจะใจเต้นแรง และหัวใจนายก็กำลังเต้นแรง..มากด้วย"
"เวลานายจะพูดอะไรช่วยนึกถึงใจคนฟังมั่งได้มั้ยเนี่ย...."
ใจเต้นแรงเพราะได้อยู่ใกล้กันเนี่ยแหละ....ไอ้บ้า...
"ซึงฮยอน ฉันร้อน....ปล่อยก่อน"
"เรียกฉันว่าเทมโป..."
"......."
"ฉันจะเป็นจังหวะ....ชีวิต ของนาย"
"ถ้าฉันอัดเสียงคำพูดน้ำเน่าของนายไปขายคงได้หลายวอนอยู่ เลี่ยน! เน่า! เชยมากกกกกกกกกกก!!"
จียงไม่เข้าใจว่าหมอนี่พูดคำพูดเหล่านั้นออกมาด้วยหน้าตาที่เรียบเฉยแบบนี้ได้ยังไงกัน เขาแทบจะขมขื่นซึงฮยอนอยู่แล้วกับการซ่อนใบหน้าแดงๆนั่นกับคอหมอนั่น ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าซึงฮยอนน่าจะรู้สึกถึงไอร้อนที่ข้างแก้มทั้งสองข้างของจียง
"......."
"งั้นเป็นจังหวะ Moderato ละกัน ฉันชอบคำนั้นน่ะ..."
"ตามใจสิ"
"....ขอบคุณนะ"
"แล้วของนายอะ"
"รายงานนี่ไง"
"ไม่พอ"
"........."
"........."
รู้สึกได้แค่....สัมผัสอุ่นที่ริมฝีปาก
จูบวันนั้นหวานซะยิ่งกว่าเค้กสตรอเบอรี่รวมกับเค้กช็อคโกแลตหกก้อนที่แม่เคยซื้อให้ซะอีก
.
.
.
.
14 Feb 08
"วันนี้นายจะตามใจฉันมั้ย"
จียงเอ่ยถามคนตัวสูงที่กำลังนอนฟุบกับแขนตัวเองอยู่ที่โต๊ะเรียน พวกเขาคบกันมาได้...อืมม ปีกว่า....
ซึงฮยอนเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของคำถาม ก่อนจะฟุบหน้าลงไปนอนต่ออย่างไม่สนใจ จียงเส้นเลือดเดือดปุดๆ หมอนี่เมินเขาอะ! แขนเล็กเขย่าไปที่ตัวซึงฮยอนอย่างแรงเพื่อปลุกให้มันตื่น นี่มันเลิกเรียนแล้วด้วย
"อะไรเล่า"
"วันนี้วันวาเลนไทน์"
"อ๋อ เหรอ อืม"
"นายไม่คิดจะทำอะไรให้ฉันเลยรึไง" ร่างเล็กเริ่มหน้างอ
"ยังไม่ได้คิด"
จียงแยกเขี้ยวใส่เขาอย่างมีน้ำโห แล้วมันน่ากลัวตรงไหนกันเนี่ย.... ซึงฮยอนยื่นมือไปดึงแก้มแป้นๆของคนตรงหน้าแล้วเริ่มดึงไปดึงมา คนตัวเล็กยังคงทำหน้าบึ้งแต่ก็แอบเห็นหรอกว่าอมยิ้มน่ะ จียงงอนเขาไม่ได้นานร้อก
ทำไมจะไม่รู้ว่าวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ สิ่งแวดล้อมรอบข้างก็ฟ้องอยู่ แต่เพราะเป็นผู้ชายทั้งคู่ จะให้ฝ่ายนึงให้กุหลาบ อีกฝ่ายให้ช็อคโกแลตหรือไง หรือจะเอาดอกกุหลาบมาแลกกันดีล่ะ... มันไม่ดูไร้สาระไปหน่อยงั้นเหรอ อ่อ แล้วแน่นอนว่าเขาไม่มีวันเข้าร้านดอกไม้เพื่อทำอะไรแบบนั้นแน่
"อยากได้อะไรอะ"
"หมายถึงฉันเหรอ?" จียงทวนคำถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง คิ้วเริ่มขมวดบนใบหน้าคมของอีกคน
"ก็เออสิ"
"ฉันชอบกิน ฉันชอบเค้ก เลี้ยงเค้กนะ!"
ร่างใหญ่ถูกลากมาที่ร้านขนมหน้าโรงเรียนอย่างไม่ได้ต่อต้านอะไร เค้าเลือกมุมอับที่สุดแทนที่จะไปนั่งติดขอบกระจกร้านอย่างที่จียงพูด จียงสั่งเค้กสตรอเบอรรี่ ช็อคโกแลต วนิลา และอะไรอีกมากมายตามที่มันอยากจะกินอะนะ
ระหว่างที่รอเค้ก นิ้วมือเรียวยาวถูกจับไปทาบกับมือของอีกคน ที่ทั้งเล็ก บาง และก็นุ่มตามแบบฉบับลูกคุณหนูที่ไม่เคยทำงานของแท้ร้อยเปอร์เซ็๋นเลย.... ซึงฮยอนไม่เคยทำงานเหมือนกัน แต่มันก็ใหญ่และหยาบกว่าอยู่ดี
สักพักวัตถุสีดำแวววาวก็ถูกสอดเข้าที่นิ้วชี้ของเขาพอดี
"ฉันให้"
"แหวนเนี่ยนะ?"
"ก็เออสิ"
อีกฝ่ายพูดจบก็ลงมือกับเค้กช็อคโกแลตที่ถูกนำมาเสิร์ฟพอดี ซึงฮยอนหมุนแหวนวงใหม่ในมือตัวเองไปมาพลางคิดอะไรบางอย่าง ถึงกับรู้ขนาดพอดีนิ้วเขาแบบนี้แล้วแสดงว่าเตรียมการมาอยู่แล้วแหง แม้จียงจะทำเหมือนกับว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ควรใส่ใจก็เถอะ
ซึงฮยอนมองคนตรงหน้าที่กำลังสวาปามเค้กรสนู่นรสนี่อย่างไม่ยอมสนใจอะไรหรือแม้แต่จะชวนเค้าคุยเหมือนปกติ แอบเห็นหรอกน่าว่าเขินเหมือนกันที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ถึงได้แสร้งทำเป็นไม่สบตากัน คิดแล้วก็ตลก ตัดสินใจจับมือบางที่กำลังตัดเค้กช็อคโกแลตให้มาอยู่ในอุ้งมือ ถอดแหวนเงินจากนิ้วก้อยตัวเองที่ใส่จนติดเป็นนิสัยจัดการสวมลงไปที่นิ้วนางอีกคนบ้าง
"แลกกัน"
"........"
"นายอย่าเขินดิ"
"มันห้ามกันได้รึไงเล่า!"
.
.
.
.
11 Feb 09
"ไอ้น้องเวร!!!!!!!"
เสียงแหลมใสของสาวตาโตตวาดลั่นบ้านทันทีที่เชวซึงฮยอนก้าวเท้าเข้าบ้านใหญ่... หญิงสาววิ่งลงมาจากชั้นบนบ้านแล้วมองน้องชายด้วยสายตาที่ซึงฮยอนคิดว่ามันน่าเบื่อจริงๆ เพราะงี้ถึงไม่อยากอยู่บ้านไง เบื่อไอ้พี่คนนี้นี่แหละ
"อะไรนักหนา ตะโกนทำไม"
"แกทิ้งฉันไว้กับไอ้หื่นนั่น!!"
"อ่อ"
"มันเกือบหอมแก้มฉันด้วยอะ T__T โชคดีที่จินวูมาช่วยฉันทัน"
"ดีแล้วนี่"
"เพราะแก๊!!!!!!"
ร่างเล็กเขย่งสุดตัวยื้อแขนออกมากะว่าจะบีบคอน้องชายให้ตายคามือซะให้ได้วันนี้ ซึงฮยอนทำหน้าเบื่อหน่าย เขาแค่เบี่ยงตัวหลบแล้วปัดมือเบาๆ ฮเยยุนก็จำต้องปล่อยตัวเขาแล้ว
"แล้วแกนึกยังไงถึงกลับมาบ้าน"
"แล้วทำไมตัวเองกลับมาล่ะ"
พี่สาวฮเยยุนชักสีหน้าที่เห็นซึงฮยอนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแบบนั้น น้องชายเธอกำลังหมายความว่ามันก็คือประเด็นเดียวกันนั่นแหละที่เขาและเธอกลับมาที่บ้านหลังใหญ่ บ้านที่เต็มไปด้วยคนของพ่อและแม่ บ้านที่อยู่ได้อย่างสบายๆแต่กลับไม่มีใครอยากอยู่ บ้านที่มีเพียงคุณหนูอีซึงฮยอนอยู่คนเดียวเท่านั้น
"ไปพร้อมกันใช่มั้ย"
"ถ้าพี่หมายถึงเสาร์นี้ล่ะก็ใช่...."
"แล้วจียงล่ะ"
หัวใจที่เงียบสงัดนิ่ง เริ่มเร่งจังหวะการเต้นเพียงแค่พูดถึงใครบางคน รู้สึกถึงอาการสั่นระริกของหัวใจ ความรู้สึกมันรื้นขึ้นมาจุกอกแต่พูดไม่ออก มันเหมือนโดนคัตเตอร์กรีดแรงๆที่กลางหลัง...เจ็บ... แต่เดี๋ยวก็ชา
แล้วเลือดก็จะหมดตัว....ตายลงในที่สุด
เขา...จะมีชีวิตต่อไปได้ใช่มั้ยนะ
"ไม่รู้ดิ" ถึงจะตอบไปแบบนั้น ซึงฮยอนพนันได้เลยว่าถ้าเอาเครื่องมาวัดความดันโลหิตเขาแล้วล่ะก็คงจะทะลุเป้าไปเลยล่ะ ทะลุจนเครื่องแตก
"แก...ไม่ต้องไปก็ได้นะ"
"......."
"ฉันรู้สึกเหมือนแกจะไปตายที่เมกาแน่ะ"
ปากเหรอวะนั่นน่ะ ซึงฮยอนขยับกระเป๋าเป้สีเทานิดหน่อย
"ให้ฉันทิ้งเวลาของแม่ที่น้อยลงทุกที....น่ะเหรอ"
ดวงตากลมโตของพี่สาวเริ่มสั่นก่อนจะคลอเบ้าไปด้วยน้ำตา ฮเยยุนค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ซึงฮยอนมากขึ้น มือเล็กจับแขนเสื้อน้องชายเอาไว้ ก้มหน้านิ่งพร้อมกับไหล่บางที่เริ่มสั่นไหว
"ฉันสงสารแก"
"ไม่ต้อง... ฉันไม่น่าเวทนาขนาดนั้น ร้องไห้ทำไมน่ะ นี่ฉันต้องโอ๋พี่รึไง"
"แกรักจียงมาก.... ฉันคิดว่ามันมากซะจนพวกนายขาดกันไม่ได้ซะอีก" เสียงสั่นไหวพร้อมหยาดน้ำตาติ๋งๆ ที่หยดลงพื้นจากใบหน้าสวย ซึงฮยอนไม่รู้ว่าฮเยยุนจะร้องไห้ทำไม มันไม่ใช่เรื่องของตัวซะหน่อย เขา...ไม่อยากให้ยัยพี่นี่ร้องไห้
ขอให้เขาทนเจ็บเพราะเห็นน้ำตาของจียงเพียงคนเดียวก็พอแล้วมั้ง
"มันมากกว่าที่พี่คิด... แต่สบายใจเหอะ พวกฉันไม่ตายหรอก"
ซึงฮยอนได้แต่คิดแบบนั้น คิดแต่แบบนั้น เหมือนกำลังพยายามให้กำลังใจตัวเอง พยายามให้กำลังและพลัง....ที่หัวใจของผู้ชายใจร้ายคนนึง ให้คงเต้นอยู่ต่อไป ในตอนนี้และไม่ว่าตอนไหนก็ตาม
"จียง...ถ้าสมมตินายไม่มีฉัน จะเป็นไง"
"ตาย"
จียง....ก็แค่แกล้งอ่อนแอไปแค่นั้นแหละ จริงๆหมอนั่นเข้มแข็งมากใช่มั้ย? บอกเขาทีว่ามันมากพอที่จะทำให้หมอนั่นไม่ร้องไห้และเหงาในวันที่ต้องอยู่คนเดียว ....วันที่ไม่ได้อยู่ข้างกัน ไม่ได้เห็นหน้าและยิ้มให้กันเหมือนทุกๆวัน
นับถอยหลังอีกแค่ 70 กว่าชั่วโมง....
หัวใจของซึงฮยอนเต้นช้าลงทุกที
TBC
Author's Note: อีกสักรอบ
มีหลายเรื่องจะพูดแต่ลืมหมดละ เออ ช่างมันเถอะ - -
ขอบคุณทุกคอมเม้นมากๆเลยน้า อ่านวนอยู่หลายรอบมาก ชอบอะ T_T
มันจะจบยังไงวะเนี่ย(อ้าว)
ฮือ.............. เรากลัวมันยืดเยื้อแล้วน่าเบื่ออะ T__________T



วุ้ยโต๋ลงฟิคทันใจพี่มาก
นัดกะไอเหมี่ยวไว้รึป่าวเน่
แต่เด๋วพี่มาอ่านน่ะแปะไว้ก่อนเน้อ
#1 By I'm V.I.P on 2009-02-17 20:42